เรียน ปตรีอะไรจบง่ายสุด

3 การดู

ตัวอย่างข้อมูลแนะนำใหม่

สำรวจสาขาปริญญาตรีที่ง่ายที่สุดสำหรับการจบการศึกษา เพิ่มโอกาสในการสำเร็จการศึกษาและหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในการซิ่วหรือรีไทร์ ค้นหาสาขาทั้ง 6 ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีอัตราสำเร็จสูงสุด

ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

ไขความลับ: เรียน ป.ตรี อะไรจบง่ายสุด? ชี้เป้า 6 สาขาที่ (อาจ) ใช่สำหรับคุณ!

สำหรับน้องๆ ม.6 ที่กำลังเตรียมตัวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย หนึ่งในคำถามยอดฮิตที่วนเวียนอยู่ในหัวคงหนีไม่พ้น “เรียนอะไรดี?” และที่สำคัญไม่แพ้กันคือ “เรียนอะไรจบง่ายสุด?” เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่าการเรียนในระดับปริญญาตรีนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องใช้ความพยายาม ความอดทน และที่สำคัญคือความชอบในสิ่งที่เรียน เพื่อให้เราสามารถก้าวผ่านอุปสรรคต่างๆ ไปได้อย่างราบรื่น

บทความนี้ไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อบอกว่าสาขาใด “ดีกว่า” หรือ “ด้อยกว่า” แต่จะมาเจาะลึกถึงปัจจัยที่ทำให้สาขาหนึ่งๆ “จบง่าย” กว่าอีกสาขาหนึ่ง พร้อมทั้งชี้เป้า 6 สาขาที่ได้รับการกล่าวขานว่ามีอัตราการสำเร็จการศึกษาสูง (โดยอ้างอิงจากข้อมูลสถิติและประสบการณ์จากรุ่นพี่บัณฑิต) เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจสำหรับน้องๆ ที่กำลังมองหาเส้นทางที่ (อาจ) เหมาะสมกับตัวเอง

อะไรคือ “จบง่าย”?

ก่อนอื่นเราต้องทำความเข้าใจก่อนว่าคำว่า “จบง่าย” ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงสาขาที่ “ไม่ต้องเรียน” หรือ “เรียนเล่นๆ” แต่หมายถึงสาขาที่มีลักษณะดังต่อไปนี้:

  • เนื้อหาไม่ซับซ้อนมากนัก: เน้นความเข้าใจพื้นฐานและหลักการทั่วไป มากกว่าการเจาะลึกในรายละเอียดที่ยากเกินไป
  • ภาระงานไม่หนัก: มีจำนวนวิชาน้อยลง หรือมีการบ้าน/โปรเจกต์ที่ไม่ต้องใช้เวลานานจนเกินไป
  • มีอาจารย์ให้คำปรึกษา: อาจารย์ผู้สอนมีความใส่ใจและพร้อมให้ความช่วยเหลือแก่นักศึกษา
  • มีรุ่นพี่ช่วยติว: มีระบบรุ่นพี่รุ่นน้องที่แข็งแกร่ง สามารถขอคำแนะนำและติวได้
  • มีแหล่งข้อมูลหลากหลาย: มีตำรา เอกสาร และสื่อการเรียนรู้ที่เข้าถึงได้ง่าย

6 สาขาที่ (อาจ) ใช่สำหรับคุณ:

สำคัญ: ข้อมูลต่อไปนี้เป็นเพียงแนวทางเบื้องต้น และอัตราการสำเร็จการศึกษาอาจแตกต่างกันไปในแต่ละมหาวิทยาลัย ดังนั้นควรศึกษาข้อมูลของแต่ละสถาบันอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจ

  1. บริหารธุรกิจ: เป็นสาขายอดนิยมที่มีเนื้อหาครอบคลุมหลากหลายด้าน เช่น การตลาด การเงิน การบัญชี และการจัดการ ทำให้สามารถเลือกเน้นในส่วนที่ถนัดได้ นอกจากนี้ยังมีตลาดแรงงานที่กว้างขวาง
  2. การตลาด: เน้นการสื่อสาร การสร้างแบรนด์ และการทำความเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค เหมาะสำหรับคนที่มีความคิดสร้างสรรค์และชอบการเปลี่ยนแปลง
  3. การท่องเที่ยวและการโรงแรม: เป็นสาขาที่เน้นภาคปฏิบัติและทักษะการบริการ เหมาะสำหรับคนที่ชอบพบปะผู้คนและมีใจรักงานบริการ
  4. รัฐศาสตร์: ศึกษาเกี่ยวกับการเมืองการปกครอง เหมาะสำหรับคนที่สนใจเรื่องราวบ้านเมืองและต้องการมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคม
  5. มนุษยศาสตร์: เน้นการศึกษาเกี่ยวกับมนุษย์ในแง่มุมต่างๆ เช่น ภาษา วรรณคดี ประวัติศาสตร์ และปรัชญา เหมาะสำหรับคนที่ชอบอ่าน ชอบคิด และชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ
  6. นิเทศศาสตร์: เรียนรู้เกี่ยวกับการสื่อสารในรูปแบบต่างๆ เช่น โทรทัศน์ วิทยุ ภาพยนตร์ และสื่อสิ่งพิมพ์ เหมาะสำหรับคนที่ชอบการสร้างสรรค์และมีความคิดสร้างสรรค์

ข้อควรพิจารณาเพิ่มเติม:

  • ความชอบและความถนัด: สิ่งสำคัญที่สุดคือการเลือกเรียนในสาขาที่ตัวเองชอบและถนัด เพราะจะทำให้เรามีความสุขในการเรียนและมีแรงจูงใจในการพัฒนาตัวเอง
  • ความต้องการของตลาดแรงงาน: ควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับแนวโน้มของตลาดแรงงาน เพื่อให้มั่นใจว่าหลังจากจบการศึกษาแล้วจะมีโอกาสได้งานทำ
  • ปรึกษาผู้มีประสบการณ์: พูดคุยกับรุ่นพี่ที่เรียนในสาขาที่เราสนใจ หรือปรึกษาอาจารย์แนะแนว เพื่อรับฟังข้อมูลและคำแนะนำที่เป็นประโยชน์

บทสรุป:

การเลือกเรียนในสาขาที่ “จบง่าย” ไม่ได้หมายความว่าเราจะประสบความสำเร็จในชีวิตเสมอไป สิ่งที่สำคัญกว่าคือการเลือกเรียนในสิ่งที่เรารักและถนัด พร้อมทั้งพัฒนาทักษะและความสามารถของตัวเองอย่างต่อเนื่อง เพราะไม่ว่าเราจะเลือกเรียนอะไร หากเรามีความมุ่งมั่นและความพยายาม เราก็สามารถประสบความสำเร็จได้เช่นกัน

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับน้องๆ ที่กำลังมองหาเส้นทางในรั้วมหาวิทยาลัย ขอให้ทุกคนโชคดีกับการตัดสินใจ!