จุดเลือดสีแดงเกิดจากอะไร

0 การดู

จุดเลือดออกเล็กๆ สีแดงเข้มหรือม่วงเข้ม บนผิวหนังหรือเยื่อบุช่องปาก เกิดจากการแตกของเส้นเลือดฝอยขนาดเล็ก มักไม่เป็นอันตรายและหายเองได้ แต่หากมีจุดเลือดออกจำนวนมาก หรือมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น ไข้สูง ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุที่แท้จริง เช่น ภาวะเลือดแข็งตัวผิดปกติ หรือโรคอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

จุดเลือดแดงเล็กๆ บนผิวหนัง: บ่งบอกอะไรมากกว่าแค่รอยช้ำ

จุดเลือดแดงเล็กๆ หรือที่มักเรียกกันว่า “จุดเลือดออก” (Petechiae) ปรากฏเป็นจุดสีแดงเข้มหรือม่วงเข้ม ขนาดเล็กกระจายอยู่บนผิวหนังหรือเยื่อบุในช่องปาก มักไม่เจ็บหรือคัน แม้จะดูน่าตกใจ แต่ในหลายกรณี จุดเลือดออกเหล่านี้ไม่ใช่สัญญาณของโรคร้ายแรงและมักหายไปเองภายใน 1-2 สัปดาห์

สาเหตุหลักของจุดเลือดออกเหล่านี้เกิดจากการแตกของเส้นเลือดฝอยขนาดเล็ก ซึ่งอาจเกิดจากหลายปัจจัย เช่น:

  • การบาดเจ็บเล็กน้อย: แม้จะเป็นการบาดเจ็บที่มองไม่เห็น เช่น การไอหรืออาเจียนอย่างแรง การเบ่งอุจจาระ หรือการกระแทกเบาๆ ก็สามารถทำให้เส้นเลือดฝอยแตกได้ โดยเฉพาะในผู้ที่มีผิวหนังบาง เช่น เด็กเล็กและผู้สูงอายุ

  • การติดเชื้อ: การติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียบางชนิด เช่น ไข้หวัดใหญ่ โรคติดเชื้อในกระแสเลือด หรือโรคเอดส์ สามารถทำให้เกิดจุดเลือดออกได้ เนื่องจากการอักเสบของหลอดเลือด

  • ยาบางชนิด: ยาแอสไพริน ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (เช่น วาร์ฟาริน) และยาบางชนิดที่ใช้รักษาโรคมะเร็ง สามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดจุดเลือดออกได้ เนื่องจากมีผลต่อการแข็งตัวของเลือด

  • ภาวะเลือดผิดปกติ: โรคที่เกี่ยวข้องกับการแข็งตัวของเลือด เช่น โรคเลือดไหลไม่หยุด ธาลัสซีเมีย หรือภาวะเกล็ดเลือดต่ำ สามารถทำให้เกิดจุดเลือดออกได้ง่าย และมักมีจำนวนมากกระจายอยู่ทั่วร่างกาย

  • การขาดวิตามิน: การขาดวิตามินซี หรือวิตามินเค สามารถส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือดและเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดจุดเลือดออก

  • โรคตับแข็ง: ตับมีบทบาทสำคัญในการผลิตโปรตีนที่จำเป็นต่อการแข็งตัวของเลือด ดังนั้น โรคตับแข็งจึงสามารถทำให้เกิดจุดเลือดออกได้

เมื่อใดควรพบแพทย์?

แม้ว่าจุดเลือดออกเล็กๆ มักไม่เป็นอันตราย แต่ควรพบแพทย์หาก:

  • มีจุดเลือดออกจำนวนมาก หรือมีขนาดใหญ่ขึ้น
  • มีจุดเลือดออกร่วมกับอาการอื่นๆ เช่น ไข้สูง อ่อนเพลีย หายใจลำบาก หรือปวดศีรษะอย่างรุนแรง
  • มีประวัติของโรคเลือดหรือโรคตับ
  • จุดเลือดออกไม่หายไปภายใน 1-2 สัปดาห์

การวินิจฉัยสาเหตุของจุดเลือดออกจะขึ้นอยู่กับประวัติทางการแพทย์ การตรวจร่างกาย และอาจรวมถึงการตรวจเลือด การตรวจปัสสาวะ หรือการตรวจอื่นๆ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง และแพทย์จะให้คำแนะนำในการรักษาที่เหมาะสม ดังนั้น การสังเกตอาการและปรึกษาแพทย์เมื่อมีความกังวล จึงเป็นสิ่งสำคัญในการดูแลสุขภาพที่ดี

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้เบื้องต้นเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ หากมีข้อสงสัยหรือกังวลเกี่ยวกับสุขภาพ ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์เสมอ