โรค 5 โรคจากการทํางานมีอะไรบ้าง
โรคจากการทำงาน 5 โรคที่พบบ่อย ได้แก่:
- โรคจากสารตะกั่ว
- โรคจากฝุ่นซิลิกา
- โรคจากการทำงานในสภาพอากาศที่อับ
- โรคจากแอสเบสทอส
- โรคจากสารกำจัดศัตรูพืช
ภัยเงียบในที่ทำงาน: 5 โรคที่คุกคามสุขภาพคนทำงานที่คุณควรรู้จัก
การทำงานเพื่อสร้างรายได้เลี้ยงชีพเป็นสิ่งจำเป็น แต่ในขณะเดียวกัน สภาพแวดล้อมและลักษณะงานบางประเภทก็อาจนำพามาซึ่งภัยเงียบที่คอยกัดกินสุขภาพของเราอย่างช้าๆ เรากำลังพูดถึง “โรคจากการทำงาน” โรคที่เกิดจากการสัมผัสปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ในสถานที่ทำงานเป็นระยะเวลานาน บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับ 5 โรคจากการทำงานที่พบบ่อย พร้อมทั้งทำความเข้าใจถึงอันตรายและวิธีการป้องกัน เพื่อให้คุณสามารถทำงานได้อย่างปลอดภัยและมีสุขภาพที่ดี
1. มหันตภัยเงียบจากสารตะกั่ว (Lead Poisoning):
ตะกั่วเป็นโลหะหนักที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น แบตเตอรี่, สี, และการเชื่อมโลหะ การสัมผัสกับสารตะกั่วเป็นเวลานาน ไม่ว่าจะผ่านทางการหายใจ, การกิน, หรือการสัมผัสทางผิวหนัง สามารถนำไปสู่ภาวะ “พิษจากสารตะกั่ว” ได้ ภาวะนี้ส่งผลกระทบต่อระบบประสาท, ไต, เลือด, และระบบสืบพันธุ์ อาการที่พบได้แก่ ปวดศีรษะ, อ่อนเพลีย, เบื่ออาหาร, ปวดท้อง, และความดันโลหิตสูง ในกรณีที่รุนแรงอาจทำให้เกิดอาการชัก, โคม่า, และถึงแก่ชีวิตได้
- กลุ่มเสี่ยง: ผู้ที่ทำงานในโรงงานแบตเตอรี่, โรงงานผลิตสี, อู่ซ่อมรถ, และอุตสาหกรรมการเชื่อมโลหะ
2. ฝุ่นมฤตยู: โรคซิลิโคซิส (Silicosis):
ฝุ่นซิลิกา หรือทราย เป็นองค์ประกอบหลักของหิน, ดิน, และทราย เมื่อคนทำงานหายใจเอาฝุ่นซิลิกาเข้าไปเป็นเวลานาน ฝุ่นจะสะสมในปอดและก่อให้เกิดแผลเป็น ทำให้ปอดแข็งและเสียความยืดหยุ่น นำไปสู่ภาวะ “ซิลิโคซิส” อาการที่พบได้แก่ หายใจลำบาก, ไอเรื้อรัง, อ่อนเพลีย, และน้ำหนักลด ซิลิโคซิสยังเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดวัณโรคและมะเร็งปอด
- กลุ่มเสี่ยง: ผู้ที่ทำงานในเหมืองแร่, การก่อสร้าง, การขัดทราย, และการผลิตแก้วและเซรามิก
3. หายใจติดขัดในที่อับ: กลุ่มอาการป่วยจากอาคาร (Sick Building Syndrome):
การทำงานในสภาพอากาศที่อับ, อากาศไม่ถ่ายเท, และมีมลพิษในอากาศสูง อาจทำให้เกิดกลุ่มอาการที่เรียกว่า “กลุ่มอาการป่วยจากอาคาร” อาการที่พบได้แก่ ปวดศีรษะ, ระคายเคืองตา, จมูก, และลำคอ, อ่อนเพลีย, ผิวแห้ง, และมีปัญหาในการจดจ่อกับงาน อาการเหล่านี้มักจะดีขึ้นเมื่อออกจากอาคาร
- กลุ่มเสี่ยง: ผู้ที่ทำงานในอาคารสำนักงานที่มีระบบปรับอากาศส่วนกลาง, อาคารที่ไม่มีการระบายอากาศที่ดี, และอาคารที่มีการใช้สารเคมีในปริมาณมาก
4. เส้นใยอันตราย: โรคแอสเบสตอส (Asbestosis):
แอสเบสตอสเป็นแร่ที่เคยใช้กันอย่างแพร่หลายในการก่อสร้างและอุตสาหกรรมต่างๆ เนื่องจากคุณสมบัติในการทนความร้อนและสารเคมี เมื่อหายใจเอาเส้นใยแอสเบสตอสเข้าไป เส้นใยจะสะสมในปอดและก่อให้เกิดแผลเป็น นำไปสู่ภาวะ “แอสเบสตอส” อาการที่พบได้แก่ หายใจลำบาก, ไอเรื้อรัง, และเจ็บหน้าอก แอสเบสตอสยังเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งปอด, มะเร็งเยื่อหุ้มปอด (mesothelioma), และมะเร็งในช่องท้อง
- กลุ่มเสี่ยง: ผู้ที่ทำงานในการก่อสร้าง, การรื้อถอนอาคาร, และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและใช้งานแอสเบสตอส
5. พิษร้ายจากสารกำจัดศัตรูพืช (Pesticide Poisoning):
สารกำจัดศัตรูพืชถูกใช้อย่างแพร่หลายในภาคเกษตรกรรมเพื่อกำจัดแมลง, วัชพืช, และเชื้อรา การสัมผัสกับสารกำจัดศัตรูพืช ไม่ว่าจะผ่านทางการหายใจ, การกิน, หรือการสัมผัสทางผิวหนัง สามารถนำไปสู่ภาวะ “พิษจากสารกำจัดศัตรูพืช” อาการที่พบได้แก่ ปวดศีรษะ, คลื่นไส้, อาเจียน, ปวดท้อง, ท้องเสีย, และอ่อนเพลีย ในกรณีที่รุนแรงอาจทำให้เกิดอาการชัก, หมดสติ, และถึงแก่ชีวิตได้
- กลุ่มเสี่ยง: เกษตรกร, คนงานในไร่, และผู้ที่ทำงานในการผลิตและจำหน่ายสารกำจัดศัตรูพืช
การป้องกัน: เกราะป้องกันสุขภาพในที่ทำงาน
การป้องกันโรคจากการทำงานเป็นสิ่งสำคัญที่สุด โดยมีแนวทางดังนี้:
- การประเมินความเสี่ยง: ประเมินความเสี่ยงในสถานที่ทำงานและระบุปัจจัยที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ
- การควบคุมแหล่งกำเนิด: ควบคุมหรือกำจัดแหล่งกำเนิดของอันตราย เช่น การใช้เครื่องดูดฝุ่นที่มีประสิทธิภาพสูงในการกำจัดฝุ่นซิลิกา
- การป้องกันส่วนบุคคล: สวมอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) ที่เหมาะสม เช่น หน้ากากป้องกันฝุ่น, แว่นตานิรภัย, และถุงมือ
- การฝึกอบรม: ให้ความรู้และฝึกอบรมแก่คนทำงานเกี่ยวกับอันตรายจากสารเคมีและวิธีการป้องกัน
- การตรวจสุขภาพ: จัดให้มีการตรวจสุขภาพเป็นประจำเพื่อตรวจหาอาการเริ่มต้นของโรคจากการทำงาน
การทำงานอย่างปลอดภัยและมีสุขภาพดีเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของทุกคน การตระหนักถึงอันตรายจากโรคจากการทำงานและปฏิบัติตามมาตรการป้องกันที่เหมาะสม จะช่วยให้เราสามารถทำงานได้อย่างมีความสุขและมีคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว
#โรค อาชีวะ โรคที่พบบ่อยข้อเสนอแนะสำหรับคำตอบ:
ขอบคุณที่ให้ข้อเสนอแนะ! ข้อเสนอแนะของคุณมีความสำคัญต่อการปรับปรุงคำตอบในอนาคต