วัสดุช่างประเภทโลหะมีอะไรบ้าง

1 การดู

โลหะผสมหลากหลายประเภทถูกนำมาใช้ในงานช่าง เช่น สแตนเลส ซึ่งเป็นเหล็กผสมโครเมียม นิเกิล และคาร์บอน ให้ความแข็งแรง ทนทานต่อการกัดกร่อน หรือเหล็กกล้าไร้สนิม ที่มีคุณสมบัติคล้ายคลึงกันแต่มีส่วนผสมที่แตกต่างกันเล็กน้อย เหมาะสำหรับงานโครงสร้างและเครื่องมือต่างๆ

ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

โลกแห่งโลหะ: วัสดุช่างหลากหลายประเภทและคุณสมบัติเฉพาะตัว

โลกของงานช่างเต็มไปด้วยวัสดุหลากหลายชนิด แต่หากพูดถึงวัสดุที่แข็งแรง ทนทาน และสามารถขึ้นรูปได้อย่างอิสระแล้ว โลหะคงเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ความหลากหลายของโลหะและโลหะผสมทำให้สามารถเลือกใช้ให้เหมาะสมกับงานได้อย่างลงตัว บทความนี้จะพาไปรู้จักกับวัสดุช่างประเภทโลหะที่สำคัญๆ พร้อมทั้งคุณสมบัติเด่นที่ทำให้พวกมันเป็นที่นิยมในวงการช่าง

1. เหล็ก (Iron): ถือเป็นราชาแห่งโลหะ เหล็กมีความแข็งแรงสูง ราคาไม่แพง และสามารถขึ้นรูปได้ง่าย แต่มีข้อเสียคือ มีความทนทานต่อการกัดกร่อนต่ำ จึงมักนำไปเคลือบหรือชุบด้วยสารอื่นๆ เพื่อเพิ่มความทนทาน เหล็กแบ่งออกเป็นหลายเกรด โดยเกรดและกรรมวิธีการผลิตจะส่งผลต่อความแข็งแรง ความเหนียว และความสามารถในการขึ้นรูป

2. เหล็กกล้า (Steel): เหล็กกล้าคือเหล็กผสมคาร์บอน การเพิ่มคาร์บอนจะทำให้เหล็กมีความแข็งแรงและความเหนียวเพิ่มขึ้น แต่จะทำให้เปราะขึ้นด้วย ดังนั้น อัตราส่วนของคาร์บอนจึงเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดคุณสมบัติของเหล็กกล้า เหล็กกล้ามีหลายชนิด เช่น เหล็กกล้าคาร์บอนต่ำ เหล็กกล้าคาร์บอนกลาง และเหล็กกล้าคาร์บอนสูง แต่ละชนิดเหมาะสมกับงานที่แตกต่างกัน เช่น เหล็กกล้าคาร์บอนต่ำใช้ในงานโครงสร้าง ส่วนเหล็กกล้าคาร์บอนสูงใช้ทำเครื่องมือต่างๆ ที่ต้องการความแข็ง

3. สแตนเลส (Stainless Steel): เป็นเหล็กผสมโครเมียม นิเกิล และธาตุอื่นๆ ที่โดดเด่นในเรื่องความทนทานต่อการกัดกร่อน และความแข็งแรง ความต้านทานการกัดกร่อนมาจากชั้นฟิล์มออกไซด์ของโครเมียมที่เกิดขึ้นบนผิว สแตนเลสมีหลายเกรด โดยแต่ละเกรดจะมีคุณสมบัติแตกต่างกัน เช่น ความแข็งแรง ความทนทานต่อความร้อน และความต้านทานการกัดกร่อน ทำให้เหมาะกับงานหลากหลาย ตั้งแต่ภาชนะครัวเรือนจนถึงอุปกรณ์ทางการแพทย์

4. อลูมิเนียม (Aluminum): เป็นโลหะที่มีน้ำหนักเบา แข็งแรง และทนทานต่อการกัดกร่อน มีความนำไฟฟ้าและความนำความร้อนสูง จึงนิยมใช้ในงานที่ต้องการน้ำหนักเบา เช่น ตัวถังรถยนต์ เครื่องบิน และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ยังสามารถขึ้นรูปได้ง่ายและสามารถรีไซเคิลได้ ทำให้เป็นวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

5. ทองเหลือง (Brass): เป็นโลหะผสมของทองแดงและสังกะสี มีสีเหลืองทอง มีความแข็งแรง ทนทาน และสามารถขึ้นรูปได้ง่าย มีความต้านทานการกัดกร่อนที่ดี จึงนิยมใช้ทำประตู วาล์ว และชิ้นส่วนเครื่องจักรต่างๆ

6. ทองแดง (Copper): เป็นโลหะที่มีสีแดงอมส้ม มีความนำไฟฟ้าและความนำความร้อนสูง ทนทานต่อการกัดกร่อน และมีความสามารถในการขึ้นรูปได้ดี จึงนิยมใช้ทำสายไฟ ท่อประปา และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์

7. เหล็กหล่อ (Cast Iron): เป็นเหล็กผสมคาร์บอนในปริมาณสูง มีคุณสมบัติแข็งแรงทนทานต่อแรงอัด แต่เปราะและแตกหักง่าย จึงเหมาะกับงานที่รับแรงอัด เช่น ฐานเครื่องจักร ท่อ และชิ้นส่วนเครื่องยนต์

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของวัสดุช่างประเภทโลหะ การเลือกใช้วัสดุที่เหมาะสม ขึ้นอยู่กับความต้องการของงาน งบประมาณ และคุณสมบัติเฉพาะของวัสดุแต่ละชนิด การศึกษาและทำความเข้าใจคุณสมบัติของโลหะแต่ละชนิดจะช่วยให้ช่างสามารถเลือกใช้วัสดุได้อย่างเหมาะสม และสร้างผลงานที่มีคุณภาพสูงสุดได้