ครีมกันแดด SPF 50 PA หมายถึงอะไร

2 การดู

ครีมกันแดด SPF 50 PA+++ มีประสิทธิภาพสูงในการปกป้องผิวจากรังสี UV ทั้ง UVA และ UVB SPF 50 ป้องกันรังสี UVB ได้อย่างยอดเยี่ยม ส่วน PA+++ บ่งบอกถึงการปกป้องรังสี UVA ระดับสูง เหมาะสำหรับกิจกรรมกลางแจ้งและผิวบอบบาง ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดริ้วรอยและจุดด่างดำจากแสงแดด

ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

SPF 50 PA+++: โล่กำบังผิวจากแสงแดดที่คุณควรรู้จัก

แสงแดดแม้จะให้ความอบอุ่นและช่วยสร้างวิตามินดี แต่ก็เป็นสาเหตุหลักของปัญหาผิวมากมาย ไม่ว่าจะเป็นผิวไหม้เกรียม ฝ้า กระ จุดด่างดำ และริ้วรอยก่อนวัย การเลือกใช้ครีมกันแดดจึงเป็นขั้นตอนสำคัญในการดูแลผิวให้สุขภาพดี และหากคุณเห็นตัวเลขและสัญลักษณ์ “SPF 50 PA+++” บนฉลากผลิตภัณฑ์ คุณอาจสงสัยว่ามันหมายถึงอะไรและมีประสิทธิภาพอย่างไร บทความนี้จะไขข้อข้องใจให้คุณค่ะ

SPF 50 คืออะไร?

SPF ย่อมาจาก Sun Protection Factor เป็นค่าที่แสดงถึงประสิทธิภาพในการปกป้องผิวจากรังสี UVB ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการ sunburn หรือผิวไหม้แดง SPF 50 หมายความว่าครีมกันแดดตัวนี้สามารถช่วยป้องกันการเกิด sunburn ได้นานกว่าครีมกันแดดที่มี SPF 15 ถึง 3.3 เท่า (50/15 = 3.33) กล่าวคือ หากคุณใช้เวลาอยู่กลางแดดแล้วผิวไหม้ในเวลา 15 นาที การใช้ครีมกันแดด SPF 50 จะช่วยยืดเวลาการไหม้ได้นานถึง 50 x 15 นาที หรือประมาณ 750 นาที (แต่ควรทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมง เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด) อย่างไรก็ตาม SPF 50 ไม่ได้หมายความว่าคุณจะได้รับการปกป้องจากแสงแดด 100% ยังคงมีความเสี่ยงที่จะเกิด sunburn ได้หากอยู่กลางแดดนานเกินไป

PA+++ คืออะไร?

PA ย่อมาจาก Protection Grade of UVA เป็นค่าที่บ่งบอกถึงประสิทธิภาพในการปกป้องผิวจากรังสี UVA รังสี UVA นั้นทะลุผ่านชั้นบรรยากาศได้ง่ายกว่า UVB เป็นสาเหตุของการเกิดริ้วรอยก่อนวัย ฝ้า กระ และจุดด่างดำ สัญลักษณ์ “+” บ่งบอกถึงระดับการปกป้อง โดย PA+ PA++ และ PA+++ แสดงระดับการปกป้องที่เพิ่มขึ้นตามลำดับ PA+++ จึงแสดงถึงการปกป้องรังสี UVA ในระดับสูง เหมาะสำหรับการป้องกันความเสี่ยงของปัญหาผิวในระยะยาว

SPF 50 PA+++ เหมาะกับใคร?

ครีมกันแดด SPF 50 PA+++ เหมาะสำหรับผู้ที่:

  • ต้องการการปกป้องผิวจากแสงแดดอย่างสูงสุด
  • มีกิจกรรมกลางแจ้งเป็นประจำ
  • มีผิวบอบบางแพ้ง่าย (ควรเลือกสูตรที่อ่อนโยนต่อผิว)
  • กังวลเรื่องริ้วรอย ฝ้า กระ และจุดด่างดำ

ข้อควรระวัง:

แม้ว่าครีมกันแดด SPF 50 PA+++ จะมีประสิทธิภาพสูง แต่ก็ไม่ใช่การปกป้องที่สมบูรณ์แบบ ควรทาครีมกันแดดอย่างน้อย 15 นาทีก่อนออกแดด ทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมง หรือบ่อยกว่านั้นหากว่ายน้ำหรือเหงื่อออกมาก และควรหลีกเลี่ยงการอยู่กลางแดดจัดในช่วงเวลาที่มีแสงแดดแรงที่สุด (10.00-16.00 น.)

การเลือกใช้ครีมกันแดดที่เหมาะสมกับสภาพผิวและกิจกรรมของคุณเป็นสิ่งสำคัญ SPF 50 PA+++ ถือเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับการปกป้องผิวอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้คุณมั่นใจได้ว่าผิวของคุณจะได้รับการปกป้องอย่างดีที่สุดจากอันตรายของแสงแดด และคงความอ่อนเยาว์ไว้ได้นานขึ้น