น้ําย่อยในกระเพาะอาหาร มีอะไรบ้าง

1 การดู

กระเพาะอาหารหลั่งน้ำย่อยสำคัญหลายชนิด ได้แก่ กรดไฮโดรคลอริก (HCl) ช่วยปรับสภาพให้เหมาะสมต่อการทำงานของเอนไซม์ และเพปซิโนเจน ซึ่งจะเปลี่ยนเป็นเพปซินเพื่อย่อยโปรตีน นอกจากนี้ยังมีโพรเรนนิน เปลี่ยนเป็นเรนนินเพื่อย่อยโปรตีนในนม และแกสทริกไลเปส ช่วยย่อยไขมันบางส่วน

ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

เจาะลึกน้ำย่อยในกระเพาะอาหาร: มากกว่าแค่กรดและเอนไซม์

กระเพาะอาหาร อวัยวะสำคัญในระบบย่อยอาหาร ทำหน้าที่มากกว่าแค่พักอาหาร แต่ยังเป็นแหล่งผลิตน้ำย่อยหลากหลายชนิดที่ร่วมกันย่อยสลายอาหารให้เล็กลง เตรียมพร้อมสำหรับการดูดซึมในลำไส้เล็ก เราอาจคุ้นเคยกับกรดในกระเพาะอาหาร แต่ความจริงแล้วภายในกระเพาะอาหารนั้นซับซ้อนกว่าที่คิด มีน้ำย่อยหลากหลายชนิดทำงานประสานกันอย่างน่าอัศจรรย์

เริ่มต้นด้วย กรดไฮโดรคลอริก (HCl) วีรบุรุษผู้สร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมภายในกระเพาะอาหาร HCl ไม่เพียงแต่ฆ่าเชื้อโรคที่ปนเปื้อนมากับอาหาร แต่ยังทำหน้าที่สำคัญในการกระตุ้นการทำงานของเอนไซม์ย่อยโปรตีน และเปลี่ยนเพปซิโนเจนให้กลายเป็นเพปซิน เอนไซม์ตัวเอกในการย่อยโปรตีน

เพปซิน เอนไซม์ที่ทำงานได้ดีในสภาวะกรด จะเข้าจัดการตัดสายโปรตีนยาวๆ ให้กลายเป็นสายสั้นๆ เรียกว่าเปปไทด์ ซึ่งง่ายต่อการย่อยในลำไส้เล็กต่อไป นอกจากนี้ในทารก กระเพาะอาหารยังผลิต โพรเรนนิน ซึ่งจะเปลี่ยนเป็น เรนนิน เอนไซม์ที่ทำหน้าที่เฉพาะในการย่อยโปรตีนในนม ช่วยให้ทารกดูดซึมสารอาหารจากนมแม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ไม่เพียงแต่โปรตีน กระเพาะอาหารยังมีเอนไซม์สำหรับย่อยไขมันเบื้องต้น นั่นคือ แกสทริกไลเปส แม้ประสิทธิภาพการย่อยไขมันในกระเพาะอาหารจะไม่สูงเท่าในลำไส้เล็ก แต่แกสทริกไลเปสก็มีบทบาทสำคัญในการย่อยไขมันบางชนิด โดยเฉพาะไขมันในนม ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานสำคัญสำหรับทารก

นอกจากน้ำย่อยที่กล่าวมา กระเพาะอาหารยังผลิต มิวคัส ซึ่งเป็นเมือกเหนียวเคลือบผนังกระเพาะอาหาร ช่วยป้องกันการกัดกร่อนจากกรดไฮโดรคลอริก ป้องกันไม่ให้กระเพาะอาหารย่อยตัวเอง

การทำงานร่วมกันอย่างสอดประสานของน้ำย่อยต่างๆ ภายในกระเพาะอาหาร จึงเป็นกระบวนการที่ซับซ้อนและน่าทึ่ง เป็นส่วนสำคัญในการเปลี่ยนอาหารที่เรารับประทาน ให้กลายเป็นสารอาหารที่ร่างกายนำไปใช้ประโยชน์ได้