ต่อมน้ำลายอักเสบอาการเป็นยังไง
สังเกตอาการต่อมน้ำลายอักเสบหากมีอาการเจ็บขณะอ้าปากหรือทานอาหาร ปากแห้ง ตุ่มหนองในช่องปาก หรือเจ็บ บวมบริเวณกรามหรือใต้ปาก อาการเหล่านี้อาจบ่งชี้ถึงการอักเสบ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อวินิจฉัยและรับการรักษาที่เหมาะสม
สัญญาณเตือนภัย! เช็คอาการ “ต่อมน้ำลายอักเสบ” ภัยเงียบที่ไม่ควรมองข้าม
ต่อมน้ำลายของเราทำงานอย่างขยันขันแข็งตลอดเวลา เพื่อผลิตน้ำลายที่ช่วยในการย่อยอาหาร, รักษาความชุ่มชื้นในช่องปาก และป้องกันฟันผุ แต่เมื่อไหร่ที่ต่อมน้ำลายเกิดการอักเสบขึ้นมา ก็จะส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของเราอย่างมาก โดยอาการที่เกิดขึ้นนั้นอาจไม่ได้รุนแรงจนถึงขั้นต้องเข้าโรงพยาบาลในทันที แต่ก็ไม่ควรปล่อยปละละเลย เพราะหากปล่อยไว้นาน อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงกว่าได้
อาการต่อมน้ำลายอักเสบ: สังเกตตัวเองง่ายๆ
อาการที่บ่งบอกว่าต่อมน้ำลายของคุณอาจกำลังมีปัญหา ไม่ได้มีเพียงแค่ที่กล่าวมาข้างต้นเท่านั้น แต่ยังมีอาการอื่นๆ ที่ควรสังเกตดังนี้:
- เจ็บปวดบริเวณต่อมน้ำลาย: ความเจ็บปวดนี้มักจะเกิดขึ้นบริเวณกราม, ใต้คาง, หรือบริเวณหู โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณรับประทานอาหาร, เคี้ยว, หรือกลืน
- บวมบริเวณต่อมน้ำลาย: สังเกตว่ามีอาการบวมบริเวณกราม, ใต้คาง, หรือบริเวณลำคอหรือไม่ การบวมอาจเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือค่อยๆ บวมขึ้น
- ปากแห้ง: เนื่องจากต่อมน้ำลายอักเสบส่งผลต่อการผลิตน้ำลาย ทำให้คุณรู้สึกปากแห้งอยู่ตลอดเวลา แม้จะดื่มน้ำบ่อย
- รสชาติผิดปกติในปาก: อาจรู้สึกว่ามีรสขม, รสเปรี้ยว, หรือรสชาติแปลกๆ ในปาก
- มีหนองไหลออกมาจากท่อต่อมน้ำลาย: หากคุณสังเกตเห็นว่ามีหนองไหลออกมาจากท่อต่อมน้ำลาย (ซึ่งอยู่บริเวณใต้ลิ้นหรือข้างแก้ม) นี่เป็นสัญญาณของการติดเชื้อที่รุนแรง
- มีไข้: ในบางกรณี การอักเสบของต่อมน้ำลายอาจทำให้เกิดไข้ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย
- กลืนลำบาก: หากต่อมน้ำลายที่บวมกดทับบริเวณลำคอ อาจทำให้เกิดอาการกลืนลำบากได้
ทำไมถึงเกิดต่อมน้ำลายอักเสบ?
สาเหตุของต่อมน้ำลายอักเสบมีหลายประการ ได้แก่:
- การติดเชื้อ: ทั้งจากแบคทีเรีย (เช่น สแตฟิโลค็อกคัส ออเรียส) และไวรัส (เช่น คางทูม, ไข้หวัดใหญ่)
- การอุดตันของท่อต่อมน้ำลาย: มักเกิดจากนิ่วในต่อมน้ำลาย ซึ่งขัดขวางการไหลของน้ำลาย
- ภาวะขาดน้ำ: ทำให้ร่างกายผลิตน้ำลายน้อยลง และน้ำลายที่ข้นเหนียวขึ้นก็มีโอกาสอุดตันท่อต่อมน้ำลายได้ง่ายขึ้น
- โรคเรื้อรัง: เช่น โรค Sjögren’s syndrome ซึ่งเป็นโรคที่ระบบภูมิคุ้มกันทำลายต่อมน้ำลายและต่อมน้ำตา
- ยาบางชนิด: ยาบางชนิดอาจทำให้ปากแห้ง ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดต่อมน้ำลายอักเสบ
เมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์?
หากคุณมีอาการที่สงสัยว่าอาจเป็นต่อมน้ำลายอักเสบ ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยและรับการรักษาที่เหมาะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณมีอาการดังต่อไปนี้:
- มีไข้สูง
- อาการบวมบริเวณต่อมน้ำลายรุนแรง
- มีหนองไหลออกมาจากท่อต่อมน้ำลาย
- กลืนลำบาก หรือหายใจลำบาก
การดูแลตัวเองเบื้องต้น
ในระหว่างที่รอพบแพทย์ คุณสามารถดูแลตัวเองเบื้องต้นเพื่อบรรเทาอาการได้ดังนี้:
- ดื่มน้ำมากๆ เพื่อให้ร่างกายได้รับน้ำเพียงพอ และช่วยให้ต่อมน้ำลายผลิตน้ำลายได้ดีขึ้น
- อมลูกอมรสเปรี้ยว หรือเคี้ยวหมากฝรั่ง เพื่อกระตุ้นการผลิตน้ำลาย
- ประคบอุ่นบริเวณที่บวม
- บ้วนปากด้วยน้ำเกลืออุ่นๆ เพื่อช่วยลดการอักเสบ
อย่ามองข้ามสัญญาณเตือน!
ต่อมน้ำลายอักเสบอาจดูเหมือนเป็นอาการเล็กน้อย แต่หากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรงได้ ดังนั้น หากคุณมีอาการที่สงสัยว่าอาจเป็นต่อมน้ำลายอักเสบ อย่าลังเลที่จะปรึกษาแพทย์เพื่อวินิจฉัยและรับการรักษาที่เหมาะสม เพื่อสุขภาพที่ดีของช่องปากและร่างกายโดยรวมของคุณ
#ต่อมน้ำลายอักเสบ#ป่วย#อาการข้อเสนอแนะสำหรับคำตอบ:
ขอบคุณที่ให้ข้อเสนอแนะ! ข้อเสนอแนะของคุณมีความสำคัญต่อการปรับปรุงคำตอบในอนาคต