5 วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นมีอะไรบ้าง

0 การดู

หากสงสัยกระดูกหัก อย่าพยายามดัดหรือจัดกระดูกเอง ให้ประคบเย็นบริเวณที่บาดเจ็บและดามด้วยวัสดุแข็ง เช่น ไม้กระดานหรือหนังสือพิมพ์ม้วน ก่อนนำส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด

ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

5 วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่ควรรู้ไว้ เพื่อรับมือเหตุฉุกเฉิน

อุบัติเหตุและเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ การรู้วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นจึงเป็นทักษะสำคัญที่ทุกคนควรมีติดตัวไว้ เพื่อช่วยบรรเทาอาการบาดเจ็บและรักษาชีวิตก่อนนำส่งโรงพยาบาล ต่อไปนี้คือ 5 วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่ควรรู้และฝึกฝน:

  1. การห้ามเลือด: เมื่อเกิดบาดแผลที่มีเลือดออก สิ่งแรกที่ต้องทำคือการห้ามเลือด โดยใช้ผ้าสะอาดกดลงบนบาดแผลโดยตรง กดค้างไว้แน่นๆ จนกว่าเลือดจะหยุดไหล หากเลือดยังไหลไม่หยุด ให้ยกส่วนที่บาดเจ็บสูงกว่าระดับหัวใจ และหากผ้าชุ่มเลือดแล้ว อย่าดึงผ้าออก ให้ซ้อนผ้าผืนใหม่ทับลงไป และรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที

  2. การปฐมพยาบาลแผลไฟไหม้: สำหรับแผลไฟไหม้ระดับเล็กน้อย ให้รีบล้างแผลด้วยน้ำเย็นสะอาด ประมาณ 10-15 นาที เพื่อลดความร้อนและบรรเทาอาการปวด หลังจากนั้นปิดแผลด้วยผ้าก๊อซที่สะอาด อย่าทาครีม ยาสีฟัน หรือสิ่งอื่นใดลงบนแผล หากแผลพุพองหรือมีขนาดใหญ่ ควรรีบไปพบแพทย์

  3. การช่วยเหลือผู้หมดสติ: หากพบผู้หมดสติ ให้ตรวจสอบการหายใจและชีพจร หากไม่หายใจ ให้เริ่มทำ CPR ทันที โดยการกดหน้าอกและเป่าปาก หากไม่แน่ใจในวิธีการ ให้โทรแจ้ง 1669 ทันที

  4. การปฐมพยาบาลเมื่อถูกสัตว์กัดต่อย: ล้างแผลด้วยน้ำสะอาดและสบู่ หากเป็นสัตว์มีพิษ เช่น งู แมงป่อง ให้พยายามจำลักษณะของสัตว์ และรีบนำส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด พยายามให้บริเวณที่ถูกกัดต่อยอยู่นิ่งที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อชะลอการแพร่กระจายของพิษ

  5. การปฐมพยาบาลอาการกระดูกหัก: หากสงสัยว่ากระดูกหัก อย่าพยายามดัดหรือจัดกระดูกเองเด็ดขาด ให้ประคบเย็นบริเวณที่บาดเจ็บเพื่อลดอาการบวมและปวด จากนั้นดามบริเวณที่บาดเจ็บด้วยวัสดุแข็ง เช่น ไม้กระดาน หนังสือพิมพ์ม้วน ผ้าพันคอ หรือวัสดุอื่นๆ ที่หาได้ เพื่อป้องกันการเคลื่อนไหว ก่อนนำส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด การเคลื่อนไหวที่ไม่ถูกต้องอาจทำให้เกิดความเสียหายเพิ่มเติมได้

การเรียนรู้วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นเหล่านี้ อาจช่วยชีวิตคนได้ในยามฉุกเฉิน แต่อย่างไรก็ตาม การปฐมพยาบาลเบื้องต้นเป็นเพียงการช่วยเหลือเบื้องต้นเท่านั้น หลังจากปฐมพยาบาลแล้ว ควรรีบนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญต่อไป