มิจฉาชีพ สามารถ ดูดเงินในบัญชี เรา ได้ ไหม

8 การดู

ป้องกันเงินหาย! ตรวจสอบที่มาของแอปฯ และลิงก์อย่างรอบคอบก่อนดาวน์โหลดหรือคลิก อย่าหลงเชื่อข้อความหรืออีเมลน่าสงสัยที่ขอข้อมูลส่วนตัว ตั้งรหัสผ่านที่แข็งแกร่งและเปิดใช้งานการแจ้งเตือนธุรกรรมทางการเงิน

ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

มิจฉาชีพดูดเงินในบัญชีเราได้อย่างไร? และเราจะป้องกันตัวเองได้อย่างไร?

ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทำให้ชีวิตสะดวกสบายขึ้น แต่ในอีกด้านหนึ่งก็เปิดช่องทางให้มิจฉาชีพสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลทางการเงินของเราได้ง่ายขึ้น หนึ่งในภัยคุกคามที่น่ากลัวคือการถูก “ดูดเงิน” ออกจากบัญชีธนาคารโดยที่เราไม่รู้ตัว วิธีการของพวกเขามีหลากหลายและซับซ้อน แต่โดยพื้นฐานแล้ว มิจฉาชีพจะใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ในระบบความปลอดภัย ความไม่รู้ หรือความประมาทของเหยื่อ

วิธีการที่มิจฉาชีพอาจดูดเงินจากบัญชีเรา:

  • Malware และ Spyware: โปรแกรมประเภทนี้สามารถติดตั้งเข้ามาในคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟนของเราได้ผ่านทางไฟล์แนบอีเมล เว็บไซต์ที่ไม่ปลอดภัย หรือแม้แต่แอปพลิเคชันที่ดาวน์โหลดมาจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ เมื่อติดตั้งแล้ว มัลแวร์และสปายแวร์จะสามารถบันทึกข้อมูลการเข้าสู่ระบบ หมายเลขบัตรเครดิต และข้อมูลสำคัญอื่นๆ ส่งต่อไปยังมิจฉาชีพได้
  • Phishing: การหลอกลวงผ่านอีเมล ข้อความ หรือแม้แต่การโทรศัพท์ โดยแอบอ้างเป็นสถาบันการเงิน บริษัท หรือหน่วยงานราชการ เพื่อขอข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน หมายเลขบัตรเครดิต และรหัส OTP หากเราหลงเชื่อและให้ข้อมูลไป มิจฉาชีพก็สามารถเข้าถึงบัญชีของเราได้
  • แอปพลิเคชันปลอม: แอปพลิเคชันที่ดูเหมือนจริงแต่เป็นของปลอม มักจะถูกแฝงอยู่ในร้านแอปพลิเคชันที่ไม่น่าเชื่อถือ หรือถูกส่งมาทางลิงก์ที่น่าสงสัย แอปพลิเคชันเหล่านี้จะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลทางการเงินของผู้ใช้
  • การโจมตีทางวิศวกรรมสังคม (Social Engineering): มิจฉาชีพอาจใช้กลวิธีทางจิตวิทยา เช่น การสร้างความไว้วางใจ การสร้างความกลัว หรือการสร้างความเร่งด่วน เพื่อหลอกลวงให้เราเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวหรือดำเนินการตามที่พวกเขาต้องการ

วิธีการป้องกันตัวเอง:

  • ตรวจสอบที่มาของแอปพลิเคชันและลิงก์อย่างรอบคอบ: ก่อนดาวน์โหลดแอปพลิเคชันหรือคลิกลิงก์ใดๆ ให้ตรวจสอบให้แน่ใจว่ามาจากแหล่งที่เชื่อถือได้ ดูรีวิว และตรวจสอบความถูกต้องของ URL อย่าคลิกลิงก์ที่ไม่รู้จักหรือได้รับจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ
  • อย่าเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวกับบุคคลที่ไม่รู้จัก: อย่าตอบสนองต่ออีเมล ข้อความ หรือการโทรศัพท์ที่ขอข้อมูลส่วนตัว เช่น รหัสผ่าน หมายเลขบัตรเครดิต หรือรหัส OTP สถาบันการเงินที่ถูกต้องจะไม่ขอข้อมูลเหล่านี้ผ่านช่องทางเหล่านี้
  • ตั้งรหัสผ่านที่แข็งแกร่งและไม่ซ้ำกัน: ใช้รหัสผ่านที่ซับซ้อน มีความยาวอย่างน้อย 12 ตัวอักษร และประกอบด้วยตัวอักษร ตัวเลข และสัญลักษณ์ เปลี่ยนรหัสผ่านเป็นประจำ และอย่าใช้รหัสผ่านเดียวกันกับบัญชีต่างๆ
  • เปิดใช้งานการแจ้งเตือนธุรกรรมทางการเงิน: ตั้งค่าการแจ้งเตือนบนแอปพลิเคชันธนาคารหรือบัญชีของคุณเพื่อรับการแจ้งเตือนทันทีเมื่อมีธุรกรรมเกิดขึ้น จะช่วยให้คุณตรวจจับการทำธุรกรรมที่ผิดปกติได้อย่างรวดเร็ว
  • ใช้ซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสและมัลแวร์: ติดตั้งและอัปเดตซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสและมัลแวร์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันการติดตั้งโปรแกรมประเภทนี้

การระมัดระวังและความรู้คือกุญแจสำคัญในการป้องกันตัวเองจากมิจฉาชีพ อย่าประมาท และอย่าลังเลที่จะติดต่อสถาบันการเงินหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหากคุณสงสัยว่าตัวเองอาจตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวงทางการเงิน