อาการคันมุมปากเกิดจากอะไร

2 การดู

อาการปากนกกระจอกเริ่มจากความแห้งแตกที่มุมปาก ค่อยๆลุกลามเป็นแผลเล็กๆ มีขุยสีขาวหรือเหลืองอ่อนปกคลุม รู้สึกแสบร้อนและคันอย่างมาก ยิ่งเกาแผลยิ่งลุกลาม หากปล่อยไว้อาจติดเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อราได้ ควรหลีกเลี่ยงการเลียหรือสัมผัสแผลบ่อยๆ

ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

ปากนกกระจอก…อาการคันที่มุมปาก บอกอะไรเราบ้าง?

อาการคันที่มุมปาก หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ “ปากนกกระจอก” นั้นเป็นปัญหาที่พบได้บ่อย ความรู้สึกแสบร้อน คันยุบยิบ และแผลแตกที่มุมปาก เป็นสิ่งที่สร้างความรำคาญและไม่สบายตัวอย่างมาก แต่รู้หรือไม่ว่าอาการคันเพียงเล็กน้อยนี้ อาจบ่งบอกถึงปัญหาสุขภาพหลายอย่างได้

แตกต่างจากการแห้งแตกธรรมดาที่เกิดจากสภาพอากาศแห้ง ปากนกกระจอกมักเริ่มจากความแห้งแตกเล็กน้อยที่มุมปาก ก่อนจะค่อยๆ ลุกลามเป็นแผลเล็กๆ มีลักษณะเป็นรอยแตก อาจมีขุยสีขาวหรือเหลืองอ่อนปกคลุม บางครั้งอาจมีเลือดซึมเล็กน้อย และแน่นอน อาการคันเป็นสิ่งที่เด่นชัด ยิ่งเกา ยิ่งแย่ แผลจะยิ่งลุกลาม และเสี่ยงต่อการติดเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อราได้ ซึ่งจะยิ่งทำให้การรักษาใช้เวลานานขึ้น

สาเหตุของอาการปากนกกระจอกนั้นมีความหลากหลาย ไม่ใช่แค่ความแห้งเพียงอย่างเดียว ปัจจัยสำคัญๆ ได้แก่:

  • การขาดวิตามิน: การขาดวิตามินบี (โดยเฉพาะ B2 และ B12) และธาตุเหล็ก สามารถทำให้ผิวแห้งแตกง่าย ส่งผลให้เกิดปากนกกระจอกได้ โดยเฉพาะในผู้ที่มีภาวะโลหิตจาง

  • การติดเชื้อ: เชื้อแบคทีเรีย เช่น Streptococcus และ Staphylococcus หรือเชื้อรา เช่น Candida albicans สามารถเป็นสาเหตุของการติดเชื้อที่มุมปาก ทำให้เกิดอาการอักเสบ คัน และแผลลุกลาม

  • การแพ้: การแพ้เครื่องสำอาง ลิปสติก หรือผลิตภัณฑ์ดูแลริมฝีปากบางชนิด อาจทำให้เกิดอาการแพ้ที่มุมปากได้

  • น้ำลาย: การเลียริมฝีปากบ่อยๆ อาจทำให้ผิวแห้งและแตกได้ง่ายขึ้น เนื่องจากน้ำลายจะระเหยไป และทิ้งสารตกค้างที่อาจระคายเคืองผิว

  • โรคภูมิแพ้: บางครั้ง ปากนกกระจอกอาจเป็นอาการแสดงของโรคภูมิแพ้บางชนิด เช่น โรคสะเก็ดเงิน หรือโรคแพ้ภูมิตัวเองอื่นๆ

  • การขาดน้ำ: การดื่มน้ำน้อยเกินไป ทำให้ร่างกายขาดน้ำ ส่งผลให้ผิวแห้งและแตกง่าย รวมถึงมุมปากด้วย

การดูแลรักษาเบื้องต้น:

  • หลีกเลี่ยงการเลียหรือสัมผัสแผลบ่อยๆ: นี่เป็นสิ่งสำคัญมากที่จะช่วยป้องกันการติดเชื้อ

  • ทาครีมบำรุงริมฝีปากที่มีส่วนผสมของน้ำมัน: เช่น วาสลีน หรือครีมที่มีสารบำรุงผิว

  • รับประทานอาหารที่มีวิตามินและธาตุเหล็กครบถ้วน: เพื่อเสริมสร้างสุขภาพผิว

  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ: เพื่อให้ร่างกายชุ่มชื้น

หากอาการไม่ดีขึ้น หรือมีอาการรุนแรงขึ้น ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาที่ถูกต้อง อย่าปล่อยไว้จนเป็นแผลเรื้อรัง เพราะอาจนำไปสู่ปัญหาอื่นๆ ตามมาได้

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้เบื้องต้นเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้